หน้าหลัก \ ภารกิจเลขาธิการ \ สช.ร่วมกับโรงเรียนเอกชน จับมือ สสวท. พัฒนาศักยภาพ นร.ระดับ ม.ต้น ที่มีความสามารถพิเศษในรูปแบบห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์

หน้าหลัก

          นายพะโยม  ชิณวงศ์  เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และโรงเรียนเอกชน 42 โรงเรียน กับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เรื่อง การพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ในรูปแบบห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเอกชน เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน 2560 ณ โรงแรมรอแยล เบญจา เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหารจาก สช. และ สสวท. ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนที่เข้าร่วมโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ จำนวน 42 โรงเรียน และผู้มีเกียรติร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม ทั้งสิ้น 109 คน

          นายพะโยม  ชิณวงศ์  เลขาธิการ กช. กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และโรงเรียนเอกชน 42 โรงเรียน กับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในวันนี้ ได้จัดขึ้นเพื่อแสดงเจตนารมณ์ของ สช. โรงเรียนเอกชน และ สสวท. ที่ได้ตกลงประสานความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ในรูปแบบห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเอกชน โดยมีวัตถุประสงค์ความร่วมมือ ในการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนเอกชน ให้มีการวางแผนการดำเนินการ มีเครื่องมือการคัดกรองนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ มีหลักสูตรเฉพาะ และมีระบบการส่งต่ออย่างเป็นระบบ การพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเอกชน ให้รู้จักวิเคราะห์ สังเคราะห์ และรู้จักบูรณาการวิธีการใช้สื่อและอุปกรณ์ มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญ เน้นการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม การพัฒนานักเรียนในโรงเรียนเอกชน ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีสูงขึ้น รวมทั้งได้รับการพัฒนาและได้รับการสนับสนุนในการแข่งขัน การประกวดในระดับประเทศและระดับชาติ และมีวัตถุประสงค์ในการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง สช. โรงเรียนเอกชน และ สสวท.

     

          สำหรับขอบเขตความร่วมมือ สช. ได้ร่วมมือกับ โรงเรียนเอกชน และ สสวท. ในการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในรูปแบบห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนเอกชน โดยมีหลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ตามแนวทางของ สสวท. เป็นการเฉพาะ ตามแผนงาน โครงการ และแผนปฏิบัติราชการ สช.จัดโครงการฯ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมด้านวิชาการ ครูผู้สอน นักเรียน การบริหารโครงการและสื่อการเรียนการสอนในโรงเรียนเอกชน ตามแผนงาน โครงการ และแผนปฏิบัติราชการ ให้สามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ตามแนวทางของ สสวท. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนเอกชนสนับสนุนให้ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถและเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนในห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังพัฒนาและส่งเสริมโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน ด้านวิชาการ ครูผู้สอนนักเรียน การบริหารโครงการและสื่อการเรียนการสอน ให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับ สสวท. ได้พัฒนาหลักสูตรสำหรับอบรมผู้บริหารและครูในโรงเรียนเอกชน ให้สามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ตามแนวทางของ สสวท. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนวิทยาการ และบุคลากรทางการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้บริหาร ครู ตลอดจนนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนเอกชนมีโอกาสได้รับการพัฒนาศักยภาพ ตลอดจนโอกาสในการแสดงผลงาน ประกวดแข่งขัน สัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ ค่ายอนุรักษ์ ค่ายบูรณาการต่างๆ ทั้ง 3 ฝ่ายร่วมกันวางแผนดำเนินงาน สนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมที่สนับสนุนการเรียนรู้ตามหลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ตามแนวทางของ สสวท. รวมทั้งการติดตามผลการดำเนินงาน ซึ่งความร่วมมือนี้ มีกำหนดเวลา 3 ปี โดยในปีการศึกษา 2560 มีโรงเรียนเอกชนที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการและได้รับความเห็นชอบจาก สสวท. ให้ใช้หลักสูตรห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นได้ จำนวน 42 โรงเรียน เลขาธิการ กช. กล่าว

     

          ทั้งนี้ สช. ได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล โดยให้มีการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และจัดกิจกรรมเสริมทักษะพัฒนาผู้เรียนในรูปแบบที่หลากหลาย สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ซึ่งโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์นี้ ถือได้ว่าเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ดังที่ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษ โดยได้บัญญัติถึงสิทธิของผู้ที่มีความสามารถพิเศษ ไว้ในมาตรา 10 (วรรค 4) ว่า “การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น” และในมาตรา 22 ว่า “การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ” นั้น

     

     

     

     

ศิริญญา  เหมวัชรสุวรรณ : ข่าว

ฐิติวัจน์ ชัยกิมานนท์ : ภาพ

ประชาสัมพันธ์ สช.

  • กลุ่มงานทะเบียน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

    กระทรวงศึกษาธิการ 319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300

    โทร. 02 282 1000