สืบค้นข้อมูลทั้งหมด 

ชี้กม.ร.ร.เอกชนไม่เอื้อ"เปิดเสรีศึกษา" ศธ.เตรียมยุทธศาสตร์รับมือ PDF พิมพ์ อีเมล
( 0 Votes )
เขียนโดย วิไลรัตน์   
วันอังคารที่ 20 กรกฏาคม 2010 เวลา 16:37 น.

นาย ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมเตรียมความพร้อมและยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อรองรับ การเปิดเสรีทางการศึกษา จัดโดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ที่โรงแรมบางกอก กอล์ฟ สปา รีสอร์ท จ.ปทุมธานี เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ศธ.ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอา เซียนในอนาคต ซึ่งการศึกษาจะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ภาษา การศึกษา ตลอดจนการลงทุนร่วมกันในด้านอื่นๆ เช่น ด้านเศรษฐกิจ ด้านบริการ และยังให้ความสำคัญในการพัฒนาพลเมืองยุคใหม่ เพื่อให้พลเมืองของเรา ได้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงและเป็นพลเมืองของโลกด้วย ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในยุทธศาสตร์การพัฒนารองรับการเปิดเสรีทางการ ศึกษา ซึ่งผลการประชุมครั้งนี้ จะเป็นแนวทางในการเตรียมความพร้อมเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาทั้ง ภาครัฐและภาคเอกชนต่อไป

ด้านนางสุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ประเทศไทยมีการทำความตกลงทางการค้าระหว่างประเทศโดยการเปิดเสรีทางการค้าและ บริการในหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในข้อตกลง ก็คือการกำหนดให้ประเทศไทยมีการเปิดเสรีทางการศึกษา ซึ่งเป็นการเปิดเสรีทางการค้าและบริการอย่างหนึ่ง และหากพิเคราะห์ข้อตกลงกับต่างประเทศ ปรากฏว่ามีแนวโน้มที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอยู่หลายฉบับ อาทิ ความตกลงการค้าบริการของอาเซียนซึ่งประเทศไทยจะเข้าสู่การเป็นประชาคมอา เซียนในอีก 5 ปีข้างหน้า จึงต้องพิจารณากฎหมายภายในให้รองรับการเปิดเสรีทางการศึกษา พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเพื่อรองรับ และรุกในการเปิดเสรีทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้วิจัย กล่าวว่า จากการพิจารณาและวิเคราะห์ความตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ที่ประเทศไทยได้มีการเปิดเสรีสาขาบริการการศึกษา เห็นได้ว่ากฎหมายภายในของประเทศบางฉบับและบางบทบัญญัติมีเนื้อหาไม่สอดคล้อง หรือมีผลกระทบต่อความตกลงระหว่างประเทศ เช่น พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มาตรา 21 ระบุว่าสัญชาติของผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ควรแก้ไขเป็นให้ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนในระบบที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทย และตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ควรแก้โดยยกเลิกเงื่อนไขการกำหนดเรื่องทุนขั้นต่ำ ที่เดิมกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท เพื่อเปิดโอกาสให้นิติบุคคลขนาดเล็กสามารถประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษา เป็นต้น สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย คือ

1.บังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างจริงจังและไม่เลือก ปฏิบัติ

2.มีมาตรฐานในการอนุมัติใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแก่ อาจารย์ชาวต่างชาติที่สังกัดหน่วยงานต่างๆ

3.มีมาตรฐานในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และ

4.ประเทศไทยควรมีการปรับตัวจากการเปิดเสรีทางการ ศึกษา

ที่มา :
มติชนออนไลน์    20 กรกฎาคม 2553

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

 
 









แบบสอบถามความพึงพอใจ
พุธ, 21 กรกฏาคม 2010
กรุณาตอบแบบสอบถามแล้วส่งกลับมาที่ vvorakul@opec.go.th หรือ...
อ่านเพิ่มเติม...









การเข้าระบบ MIS โดยใช้รหัสผ่านพิมพ์คำว่า password
อังคาร, 13 กรกฏาคม 2010
***ขั้นตอนในส่วนบนจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อโรงเรียนไม...
อ่านเพิ่มเติม...









ประชาสัมพันธ์รร. ด้วยfacebook
พฤหัสบดี, 24 มิถุนายน 2010
จำนวนผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในไทยปัจจุบันมากกว่า 14...
อ่านเพิ่มเติม...
อ่านทั้งหมด...

เข้าสู่ระบบ




   
   
   
 
 
 
 
     
 
 
     
  แกลลอรี่ภาพ  
  ชุมชนออนไลน์  
  บล็อกออนไลน์  
     
 
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้57
mod_vvisit_counterเมื่อวาน3096
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้3153
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว17243
mod_vvisit_counterเดือนนี้13891
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว73201
mod_vvisit_counterทั้งหมด487560

Your IP: 38.107.191.80
 
 
ผู้ดูแลระบบ : วิไลรัตน์ วรกุลรังสรรค์ อีเมล์ : vvorakul@opec.go.th
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ
319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300