[x]ปิดหน้าต่าง
Start by Special School & Powered by SPECIAL POLICY SCHOOL

บทความ (Article)

  [ ดูบทความทั้งหมด ]
 

ให้คะแนนบทความนี้

บทความหมายเลข 541 | คะแนน Rating: 2.6/5 ดาว (จากจำนวนโหวต 7 votes)

Tag :

สรรพคุณ และ ประโยชน์ของกะหล่ำปลีม่วง (กะหล่ำปลีแดง)

 

 


 

กะหล่ำปลีม่วง หรือ กะหล่ำปลีแดง นั้นคือ ผักกะหล่ำชนิดเดียวกันนะค่ะ เพียงแต่บางคนมักจะเรียกชื่อต่างกันออกไป เช่นบางคนมักเรียกว่า กะหล่ำปลีม่วง กะหล่ำปลีสีม่วง กะหล่ำปลีแดง กะหล่ำปลีสีแดง จะเรียกแบบไหนก็ไม่ผิดค่ะ

วันนี้เราจึงนำความรู้ทางสมุนไพรสรรพคุณกะหล่ำปลีม่วงและประโยชน์ ของกะหล่ำปลีม่วงมาฝากกันอีกเช่นเคยค่ะ คนส่วนใหญ่มักจะนำกะหล่ำปลีมม่วงนี้มาทำสลัดกินกันเยอะเลยค่ะ นั้นเราอย่ารอช้ามาดูสรรพคุณกะหล่ำปลีม่วงและประโยชน์ของกะหล่ำปลีม่วงที่ เรารวบรวมข้อมูลมาให้ดีกว่าค่ะว่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรานั้นแค่ไหน กันเอ่ย

คุณค่าทางอาหารของกะหล่ำปลีม่วง

ด้วยเนื้อผักกรุบกรอบของกะหล่ำปลีสีม่วงมีสาร อินไทบินที่ออกรสขมกว่ากะหล่ำปลีสีขาวธรรมดา แต่สารอินไทบินัวนี้มีส่วนสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญสารอาหารในร่างกายช่วย กระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงตับ ถุงน้ำดี ไต และกระเพาะดีขึ้น นอกจากนี้กะหล่ำปลีสีม่วงยังอุดมด้วยธาตุเหล็กจึงช่วยเสริมฮีโมโกลบินให้แก่ ร่างกาย ซึ่งฮีโมโกลบินเป็นตัวการสำคัญที่นำพาออกซิเจนไปกับเม็ดเลือดแดงเพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ

ในกะหล่ำปลีมีสารเอสเมธิลเมโธโอนินสามารถรักษาโรคกะเพาะอาหารและมี สารกอยโตรเจนที่ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคคอพอก นอกจากนั้นยังพบว่า มีสารต้านมะเร็งโดยเฉพาะหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซ ลล์มะเร็งลำไส้ มีการวิจัยพบกะหล่ำปลีใช้ประคบเต้านมลดปวดแก้นมคัดแม่หลังคลอด

สรรพคุณ / ประโยชน์ของกะหล่ำปลีม่วง (กะหล่ำปลีแดง)

กะหล่ำปลีแดงเป็นพืชที่มีเยื่อใยอาหารสูงและอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารหลายชนิด เช่น โปรตีน (สาร indols ซึ่งเป็นผลึกที่แยกมาจาก trytophan กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย) คาร์โบไฮเดรต โซเดียม วิตามินซีซึ่งพบค่อนข้างมากกว่า กะหล่ำปลีสีเขียวถึงสองเท่า ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันมีสารซัลเฟอร์ (Sulfer) ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่และต้านสารก่อมะเร็ง ที่เข้าสู่ร่างกาย

การกินกะหล่ำปลีบ่อย ๆ จะช่วยลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคมะเร็งในช่องท้อง ลดระดับคลอเรสเตอรอลและช่วยงับประสาททำให้นอนหลับดี น้ำกะหล่ำปลีคั้นสด ๆ ช่วยรักษาโรคกะเพาะ อย่างไรก็ตามกะหล่ำปลีมีสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า goitrogen เล็กน้อย ถ้าสารนี้มีมากจะไปขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์ทำให้นำไอโอดีนในเลือดไปใช้ได้น้อย ดังนั้นไม่ควรกินกะหล่ำปลีสด ๆ วัยละ 1-
2 กก. แต่ถ้าสุกแล้วสาร goitrogen จะหายไป

กะหล่ำปลีแดงนิยมรับประทานสด เช่น ในสลัดหรือนำมาตกแต่งจานอาหาร การนำมาประกอบอาหารไม่ควรผ่านความร้อนนาน เพราะจะทำให้สูญเสียวิตามินและคุณค่าอาหาร

 

 

 



เข้าชม : 3745    [ ขึ้นบน ]


บทความ  สุขภาพร่างกาย 5 บทความล่าสุด

      อาหารคือยา  19 / ก.พ. / 2557
      ของดำสิบอย่างเพื่อสุขภาพที่ดี  27 / ธ.ค. / 2556
      วิตามินดี  14 / ก.พ. / 2556
      ช็อกโกแลตซีส   28 / พ.ค. / 2555
      ดูแลริมฝีปากไม่ให้แห้งแตก ด้วยสูตรธรรมชาติ  26 / เม.ย. / 2555